คู่มือเลือกซื้อ
กระเบื้องกันลื่น เลือกอย่างไรไม่ให้ลื่นล้ม
เลือกกระเบื้องไม่ให้ลื่นล้ม แบบไม่ต้องอ่านศัพท์เทคนิค เริ่มจากวิธีทดสอบเองที่หน้าร้าน ไล่ทีละห้องว่าควรใช้ผิวแบบไหน และวิธีแก้พื้นเดิมที่ลื่นอยู่แล้ว
สรุปสั้น ๆ
- ยิ่งผิวเงา ยิ่งลื่นเมื่อเปียก ยิ่งผิวมีลายที่สัมผัสได้ ยิ่งเกาะเท้าดีขึ้น จำแค่ข้อนี้ก็เลือกได้ถูกเกือบทุกครั้ง
- ทดสอบเองได้ที่หน้าร้าน ราดน้ำลงบนแผ่นตัวอย่างแล้วลูบดู หลายรุ่นฝืดตอนแห้งแต่ลื่นทันทีเมื่อเปียก
- ห้องน้ำ ครัว และระเบียง ควรใช้ผิวด้านขึ้นไป ส่วนห้องนั่งเล่นและห้องนอนที่พื้นแห้งตลอด เลือกผิวมันได้
- พื้นเดิมที่ลื่นแก้ได้โดยไม่ต้องรื้อ เริ่มจากล้างคราบสบู่ เลิกใช้น้ำยาเคลือบเงา และวางพรมกันลื่นตรงจุดเสี่ยง
พื้นลื่นไม่ได้เกิดจากกระเบื้อง "ไม่ดี" แต่เกิดจากการเอากระเบื้องผิวเรียบไปวางในที่ที่พื้นเปียกบ่อย น้ำที่ค้างอยู่บาง ๆ บนผิวเรียบจะทำหน้าที่เหมือนตัวหล่อลื่น เท้าจึงไถลได้ง่ายกว่าที่คิด ยิ่งมีสบู่ แชมพู หรือคราบน้ำมันปนอยู่ด้วย ก็ยิ่งลื่นขึ้นไปอีก
ข่าวดีคือ การเลือกกระเบื้องให้ลื่นน้อยลงไม่ต้องใช้ความรู้ทางเทคนิคอะไรมาก บทความนี้เริ่มจากวิธีที่คุณตรวจเองได้ที่หน้าร้าน แล้วค่อยไล่ไปทีละห้องว่าควรเลือกผิวแบบไหน ส่วนใครที่ต้องใช้ตัวเลขมาตรฐานจริง ๆ เช่น งานที่ต้องยื่นเอกสาร เราแยกไว้ให้ในหัวข้อท้ายบทความแล้ว
ตรวจเองได้ที่หน้าร้าน ก่อนตัดสินใจซื้อ
ก่อนจะไปถึงเรื่องมาตรฐาน ลองใช้ 3 วิธีนี้กับแผ่นตัวอย่างที่หน้าร้านดูก่อน ใช้เวลาไม่ถึงนาทีและบอกอะไรได้เยอะ
1. ลูบด้วยฝ่ามือ
ลูบผิวหน้ากระเบื้องช้า ๆ ถ้ารู้สึกสากมือเล็กน้อยหรือมีลายนูนสัมผัสได้ แปลว่าผิวมีความฝืด ถ้าลื่นมือเหมือนกระจก แปลว่าผิวเรียบมาก
2. ราดน้ำแล้วลองอีกครั้ง
ขอน้ำสักหน่อยราดลงบนแผ่นตัวอย่าง แล้วลูบซ้ำ กระเบื้องหลายรุ่นฝืดตอนแห้งแต่ลื่นทันทีเมื่อเปียก ซึ่งเป็นสภาพจริงของห้องน้ำและระเบียง
3. เอียงแผ่นดูแสงสะท้อน
ถ้าเงาสะท้อนคมชัดเหมือนกระจก แสดงว่าผิวถูกขัดจนเรียบ มักลื่นเมื่อเปียก ถ้าแสงกระจายฟุ้ง ไม่เห็นเงาชัด แปลว่าผิวมีความหยาบระดับหนึ่ง
ผิวกระเบื้องแบบไหน ลื่นน้อยกว่ากัน
ถ้าจำได้แค่เรื่องเดียวจากบทความนี้ ขอให้จำเรื่องนี้ ยิ่งผิวเงา ยิ่งลื่นเมื่อเปียก และยิ่งผิวมีลายสัมผัสได้ ยิ่งเกาะเท้าดีขึ้น
| ผิวกระเบื้อง | เมื่อพื้นเปียก | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| ผิวมัน ขัดเงา | ลื่นที่สุด | ห้องนั่งเล่น ห้องนอน โถงที่พื้นแห้งตลอด |
| ผิวด้าน ไม่สะท้อนแสง | ฝืดกว่าผิวมันชัดเจน | ห้องน้ำ ห้องครัว ทางเดินที่อาจมีน้ำหก |
| ผิวมีลายนูน ลายไม้ ลายหิน | ฝืดขึ้นอีก เพราะร่องช่วยรีดน้ำ | ระเบียง ทางเดินนอกบ้าน รอบสระ |
ข้อแลกเปลี่ยนที่ควรรู้ไว้ก่อน คือ ผิวที่ฝืดกว่าจะเก็บฝุ่นและคราบในร่องมากกว่า ถูทำความสะอาดยากกว่านิดหน่อย เลือกให้ฝืดพอดีกับพื้นที่ก็พอ ไม่จำเป็นต้องเลือกหยาบที่สุดเสมอไป
เลือกยังไง แยกตามแต่ละพื้นที่
| พื้นที่ | ควรเลือก | เหตุผลสั้น ๆ |
|---|---|---|
| พื้นห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ | ผิวด้าน แผ่นไม่ใหญ่มาก | เดินเท้าเปล่า มีน้ำและฟองสบู่ตลอด ร่องยาแนวช่วยเพิ่มจุดเกาะ |
| ผนังห้องน้ำ | เลือกจากความสวยได้เต็มที่ | ไม่มีใครเดินบนผนัง ผิวมันจึงใช้ได้และทำความสะอาดง่ายกว่า |
| ระเบียง ทางเดินนอกบ้าน | ผิวด้านหรือผิวมีลายนูน | โดนฝน มีฝุ่นและตะไคร่สะสม ต้องฝืดแม้ตอนเปียก |
| รอบสระว่ายน้ำ | ผิวหยาบที่สุดในบรรดาที่เลือกไว้ | เท้าเปล่าและเปียกตลอดเวลา เป็นจุดที่เสี่ยงลื่นล้มมากที่สุด |
| ห้องครัว | ผิวด้าน | ละอองน้ำมันทำให้พื้นลื่นแบบที่มองไม่เห็น |
| บันได | ผิวด้าน และเซาะร่องกันลื่นที่จมูกบันได | พลาดบนบันไดเจ็บกว่าพื้นราบมาก |
| ห้องนั่งเล่น ห้องนอน | เลือกได้ตามชอบ รวมถึงผิวมัน | พื้นแห้งเกือบตลอดเวลา ความสวยจึงมาก่อนได้ |
บ้านที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก แนะนำให้ขยับขึ้นอีกขั้นในทุกพื้นที่ที่มีโอกาสเปียก เช่น เปลี่ยนจากผิวมันเป็นผิวด้าน หรือจากผิวด้านเป็นผิวมีลายนูน ต้นทุนต่างกันไม่มาก แต่ลดความเสี่ยงได้จริง
แผ่นเล็กกว่า มักลื่นน้อยกว่า
เรื่องที่หลายคนไม่ทันคิดคือ ร่องยาแนวช่วยเรื่องการลื่นด้วย เพราะร่องเป็นทั้งจุดให้เท้าเกาะและเป็นทางให้น้ำไหลออกจากใต้ฝ่าเท้า พื้นที่ปูด้วยแผ่นเล็กจึงมีร่องต่อตารางเมตรมากกว่า และเดินได้มั่นคงกว่าเมื่อเปียก
ในห้องน้ำจึงนิยมใช้แผ่นขนาดกลางลงมาแทนแผ่นใหญ่ อีกเหตุผลหนึ่งคือแผ่นเล็กดัดให้ลาดเอียงลงท่อระบายน้ำได้ง่ายกว่า พื้นที่ระบายน้ำได้ดีคือพื้นที่แห้งเร็ว และพื้นที่แห้งเร็วก็ลื่นน้อยลงตามไปด้วย อ่านรายละเอียดเรื่องขนาดแผ่นได้ที่บทความ ขนาดกระเบื้องเลือกอย่างไรให้เหมาะกับห้อง
พื้นเดิมที่ลื่นอยู่แล้ว ทำอะไรได้บ้าง
ถ้ายังไม่พร้อมรื้อพื้น มีหลายอย่างที่ช่วยได้ทันที
- ล้างคราบสบู่และคราบไขมันออกให้หมด คราบบาง ๆ ที่มองไม่เห็นคือสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการลื่น
- เลิกใช้น้ำยาถูพื้นที่ผสมสารเคลือบเงา เพราะมันทำให้ผิวลื่นขึ้นทุกครั้งที่ถู
- วางพรมยางกันลื่นตรงจุดเสี่ยง เช่น หน้าฝักบัว ทางขึ้นบันได หน้าอ่างล้างหน้า
- ติดราวจับในห้องอาบน้ำ โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ
- แก้ปัญหาน้ำขังก่อน ถ้าพื้นมีแอ่งน้ำค้างประจำ แปลว่าความลาดเอียงลงท่อไม่พอ ซึ่งต้องแก้ที่งานปูมากกว่าเปลี่ยนกระเบื้อง
ถ้าต้องใช้ตัวเลขจริง ๆ: R, A/B/C และ DCOF
ก่อนอื่นต้องบอกไว้ก่อนว่า มาตรฐานบังคับของไทยสำหรับกระเบื้องเซรามิกคือ มอก. 2508-2555 ซึ่งกำหนดเรื่องการดูดซึมน้ำ ความแข็งแรง และความทนการขัดถูไว้ แต่ ไม่ได้กำหนดค่าความกันลื่น เรื่องกันลื่นจึงยังต้องอ้างมาตรฐานต่างประเทศ งานบ้านทั่วไปเลือกจากผิวกระเบื้องตามหัวข้อข้างบนก็เพียงพอ แต่ถ้าเป็นงานโครงการ งานราชการ หรือผู้ออกแบบขอสเปกมาเป็นตัวเลข คุณจะเจอค่าสามชุดนี้ อธิบายแบบสั้นที่สุดคือ ทั้งสามชุดวัด "ความฝืด" เหมือนกัน แต่ทดสอบคนละเงื่อนไข จึงเอามาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
| ค่าที่เห็น | แปลว่าอะไร | ใช้อ้างอิงกับ |
|---|---|---|
| R9 ถึง R13 | ทดสอบโดยให้คนสวมรองเท้าเดินบนทางลาดที่ราดน้ำมัน ตัวเลขยิ่งมากยิ่งฝืด | พื้นที่ที่คนใส่รองเท้าเดิน เช่น ทางเดินนอกอาคาร ครัวร้านอาหาร โรงงาน |
| A, B, C | ทดสอบแบบเดียวกันแต่ให้คนเดินเท้าเปล่าบนพื้นที่ราดน้ำผสมสารทำความสะอาด C ฝืดที่สุด | พื้นที่เดินเท้าเปล่า เช่น ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ขอบสระ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า |
| DCOF | ค่าความฝืดขณะเคลื่อนที่บนพื้นเปียก วัดออกมาเป็นตัวเลขทศนิยม มาตรฐานกำหนดขั้นต่ำ 0.42 สำหรับพื้นราบในอาคารที่อาจมีคนเดินตอนพื้นเปียก | พื้นภายในอาคารทั่วไปที่มีโอกาสเปียก |
ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดคือ ค่าขั้นต่ำ 0.42 เป็นเกณฑ์สำหรับพื้นราบในอาคาร ไม่ได้แปลว่าเดินแล้วจะไม่ลื่นในทุกสถานการณ์ พื้นลาดเอียง พื้นที่มีฟองสบู่ และพื้นที่มีคราบน้ำมัน ล้วนต้องการค่าที่สูงกว่านั้น
รุ่นที่ลูกค้ามักเลือกไปใช้กับพื้นที่เปียก
ในแคตตาล็อก Eikonik กลุ่มที่ถูกเลือกไปใช้กับพื้นเปียกและพื้นที่นอกบ้านมากที่สุดคือ กระเบื้องผิวด้าน 29 รุ่น และ กระเบื้อง Full Body 12 รุ่น ส่วน กระเบื้องขัดมัน 7 รุ่น เหมาะกับพื้นที่แห้งมากกว่า
ปัจจุบันมี 22 รุ่นที่ระบุพื้นที่ภายนอกเป็นพื้นที่ใช้งานที่แนะนำ ตัวอย่างเช่น S22001 S22002 DR6840N DR6842N และ M6060G
คำถามที่พบบ่อย
กระเบื้องกันลื่นกับกระเบื้องผิวด้าน เหมือนกันไหม
ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว กระเบื้องผิวด้านฝืดกว่ากระเบื้องผิวมันเกือบทุกกรณี จึงมักถูกเรียกรวม ๆ ว่ากันลื่น แต่ความฝืดจริงขึ้นอยู่กับผิวหน้าของแต่ละรุ่น ผิวด้านที่เรียบมากก็ยังลื่นได้เมื่อมีฟองสบู่ วิธีที่ชัวร์กว่าคือลองราดน้ำแล้วลูบดูที่หน้าร้าน
ห้องน้ำในบ้านควรใช้กระเบื้องแบบไหน
พื้นควรใช้ผิวด้านและไม่ควรใช้แผ่นใหญ่เกินไป เพราะร่องยาแนวช่วยให้เท้าเกาะและช่วยทำความลาดเอียงลงท่อได้ง่ายกว่า ส่วนผนังเลือกจากความสวยได้เต็มที่ เพราะไม่มีใครเดินบนผนัง
พื้นเดิมลื่นมาก แก้ได้ไหมโดยไม่ต้องรื้อ
ทำได้หลายอย่าง เริ่มจากล้างคราบสบู่และคราบไขมันออกให้หมด เลิกใช้น้ำยาถูพื้นชนิดเคลือบเงา วางพรมยางกันลื่นตรงจุดเสี่ยง และติดราวจับในห้องอาบน้ำ แต่ถ้าพื้นมีน้ำขังเป็นแอ่งประจำ แปลว่าความลาดเอียงลงท่อไม่พอ กรณีนี้ต้องแก้ที่งานปู
ค่า R11 หรือ DCOF 0.42 ที่ผู้ออกแบบขอมา หมายถึงอะไร
ทั้งคู่เป็นค่าความฝืดที่วัดจากการทดสอบ แต่คนละมาตรฐานและคนละเงื่อนไข ค่า R ทดสอบแบบสวมรองเท้าบนทางลาดที่ราดน้ำมัน ส่วน DCOF วัดแรงเสียดทานขณะเคลื่อนที่บนพื้นเปียก โดย 0.42 คือเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับพื้นราบภายในอาคาร เอาสองค่านี้มาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
ผิวยิ่งหยาบยิ่งดีเลยหรือเปล่า
ไม่เสมอไป ผิวที่หยาบกว่าจะเก็บฝุ่นและคราบในร่องมากกว่า ทำความสะอาดยากกว่า และถ้าคราบสะสมจนเต็มร่อง ความฝืดก็ลดลงอยู่ดี เลือกให้ฝืดพอเหมาะกับพื้นที่และดูแลได้จริงจะยั่งยืนกว่า
ขอค่ากันลื่นของกระเบื้อง Eikonik แต่ละรุ่นได้จากที่ไหน
เว็บไซต์ไม่ได้เผยแพร่ค่ากันลื่นรายรุ่น พื้นที่ใช้งานที่ระบุในหน้าสินค้าเป็นคำแนะนำทั่วไป ไม่ใช่ผลทดสอบตามมาตรฐาน สามารถขอเอกสารสเปกรายรุ่นได้ที่ 02-300-1810 หรืออีเมล eikonik.p1@gmail.com
อ่านต่อ
ปรึกษาทีมงาน Eikonik
สอบถามรุ่นที่เหมาะกับพื้นที่ของคุณ ขอเอกสารสเปกสินค้า หรือขอใบเสนอราคา จันทร์ - ศุกร์ 08.30 - 17.30 น.